หลายๆครั้งการพิจารณาตัดสินใจในการคัดเลือกผู้ให้บริการงานรักษาความปลอดภัย งาน รปภ. นั้น สิ่งส่วนใหญ่ที่ถูกยกนำมาพิจารณาคงหนีไม่พ้นเรื่อง
- ราคาขายที่เหมาะสม
- คุณสมบัติเพิ่มเติมต่างๆ เช่น อุปกรณ์ที่ผู้ให้บริการแถม
- ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กร
แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันและอาจจะสำคัญที่สุดด้วยซ้ำในการพิจารณาคือแผนการทำงานของผู้ให้บริการหรือของ บริษัท รปภ. นั้นเอง เป็นสิ่งที่ควรหยิบยกนำมาพิจารณาเป็นลำดับแรกๆเช่นกัน
“หลายๆครั้งที่เกิดจากประสบการณ์ของผู้เขียนคือ ลูกค้าชอบบอกว่า ตอนมานำเสนอ เลิศหรูเพอเฟ็ค แต่พอประมูลชนะได้งานมา คนละเรื่อง หนังคนละม้วนเลย “
ประเด็นลักษณะรูปแบบที่เกิดขึ้นมานี้ เกิดจากการที่ ผู้ให้บริการ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานหลังบ้านของผู้ให้บริการเอง เพราะบริษัท รปภ. ส่วนใหญ่ มักโฟกัสไปเพียงที่การหาคนมาเข้าเวรให้ครบในแต่ละวัน โดยไม่มีแผนงานระยะยาวที่จะสามารถพัฒนาหน่วยงานให้มีคุณภาพได้ ซึ่งเรื่องนี้หากจะกล่าวแล้ว มักเกี่ยวพันกับการวิเคราะห์หน่วยงานและลูกค้าก่อนรับงาน โดยเริ่มตั้งแต่
- ขาดการประเมินและวิเคราะห์หน้างานเชิงลึก ให้เหมาะสมกับราคาเสนอขาย หลายครั้ง บริษัท รปภ. ลดราคาเพื่อแย่งชิงงานกัน หรือร่วมลดแลกแจกแถมของอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการหาคนมาทำงานหรือรักษาพนักงานที่ดีมีคุณภาพให้คงอยู่ปฏิบัติงานในหน่วยงานของลูกค้าระยะยาว
- ไม่มีแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจนและมีคุณภาพเพียงพอในการนำมาปฏิบัติและใช้งานได้จริง เช่นไม่มีคู่มือปฏิบัติงานของพนักงาน พนักงานใหม่เข้าหน่วยงานมา ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ไม่ทราบข้อกำหนดข้อห้ามของหน่วยงาน หรือ เอกสารที่ฝ่ายปฏิบัติการจะต้องส่งให้กับลูกค้า เช่นประวัติพนักงาน ก่อนเข้างาน
- จาก 2 ข้อด้านบน จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ว่าจ้าง หรือลูกค้าผู้ที่กำลังมองหาบริษัท รปภ. ต้องนำมาพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ การมองหาผู้ให้บริการที่ให้ความสำคัญกับแนวทางที่ส่งเสริมคุณภาพและประสิทธิภาพของการให้บริการ จึงจะเป็นสิ่งช่วยการันตีการว่าจ้างที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้างได้อย่างดีที่สุด



ใส่ความเห็น